การคืนชีวิตให้โครงสร้าง และศิลปะการเลาะพังผืด
การแก้จมูกเป็นงานศัลยกรรมที่มีความซับซ้อนมากกว่าการเสริมจมูกครั้งแรก เนื่องจากแพทย์ต้องทำงานกับโครงสร้างที่ผ่านการผ่าตัดมาแล้ว
ในผู้ที่เคยเสริมจมูกมาก่อน อาจมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ พังผืด หรือโครงสร้างกระดูกอ่อนเดิม รวมถึงอาจมีวัสดุเดิมที่ต้องนำออกหรือปรับแก้
ดังนั้น “การแก้จมูก” จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนทรง แต่คือการ ประเมินและจัดการโครงสร้างเดิมอย่างละเอียด
ทำไมการแก้จมูกจึงยากกว่าครั้งแรก?
เมื่อมีการผ่าตัดมาก่อน ร่างกายจะมีการสร้างเนื้อเยื่อซ่อมแซมและพังผืดขึ้นในบริเวณผ่าตัด
พังผืดเหล่านี้อาจทำให้เนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นลดลง หรือทำให้โครงสร้างบางส่วนเปลี่ยนตำแหน่งจากเดิม
แพทย์จึงต้องประเมินก่อนว่า
- ปัญหาของจมูกเดิมคืออะไร
- โครงสร้างเดิมยังแข็งแรงหรือไม่
- มีพังผืดมากน้อยเพียงใด
- มีวัสดุเดิมอยู่หรือไม่
- ผิวและเนื้อเยื่อมีความพร้อมสำหรับการแก้ไขมากน้อยเพียงใด
- เป้าหมายของผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถทำได้มากน้อยเพียงใดอย่างปลอดภัย
“เลาะพังผืด” ต้องอาศัยความละเอียด
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของงานแก้จมูกคือการจัดการกับพังผืดและเนื้อเยื่อเดิมอย่างเหมาะสม
การผ่าตัดบริเวณนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในชั้นเนื้อเยื่อและโครงสร้างจมูก เพื่อให้สามารถปรับแก้ปัญหาเดิมได้โดยพยายามรักษาเนื้อเยื่อที่ยังดีอยู่ให้ได้มากที่สุด
แก้จมูก ไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้ “โด่งกว่าเดิม”
เป้าหมายของการแก้จมูกอาจแตกต่างกันในแต่ละคน เช่น
- ทรงไม่เข้ากับใบหน้า
- จมูกเบี้ยวหรือเอียง
- ปลายจมูกไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
- วัสดุเดิมมีปัญหา
- ต้องการปรับโครงสร้างใหม่
- ต้องการแก้ปัญหาจากการผ่าตัดครั้งก่อน
การวางแผนจึงควรเริ่มจาก “ปัญหาคืออะไร” ก่อนที่จะกำหนดว่า “ต้องการทรงแบบไหน”
งานแก้จมูกที่ดี จึงไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่คือการเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างเดิม และวางแผนแก้ไขอย่างเหมาะสม
การเตรียมตัวก่อนการเข้ารับบริการ

รีวิวการเสริมจมูกที่ CSS Clinic



คำแนะนำ การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเสริมจมูก
- การล้างหน้า
ล้างหน้าได้ แต่ระวังอย่าให้น้ำเข้าจมูก เพราะแผลอยู่ที่รูจมูก ถ้าน้ำเข้าแผลจะทำให้แผลติดเชื้อ แต่เพื่อความปลอดภัย ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าจะดีกว่า - อาจมีเลือดออกบ้างเล็กน้อยใน 24–48 ชั่วโมงแรก
ให้ใช้ผ้าก๊อซซับเบา ๆ และใช้ความเย็นประคบบริเวณด้านข้างจมูก ส่วนใหญ่เลือดจะหยุดไหล อย่าประคบเย็นนานเกินไป
- ควรประคบจมูกด้วยความเย็น
ใช้ผ้าเย็น หรือน้ำแข็งทุบให้ละเอียดใส่ถุงพลาสติก หรือเจลสำหรับประคบ เป็นเวลา 2 วัน ห้ามใช้ความร้อนประคบ เพราะความร้อนจะทำให้บวมและเลือดออกมากขึ้น ให้ใช้ความเย็นประคบเพื่อลดอาการบวมและช่วยห้ามเลือด - ถ้ามีเลือดแห้งติดอยู่ที่แผล ห้ามใช้เล็บแกะ
เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อได้ แนะนำให้ทายา Ointment ที่ให้ไปบริเวณแผล อาจใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำต้มสุกหรือน้ำเกลือทำความสะอาดอย่างเบา ๆ เท่านั้น อย่าเช็ดบ่อยหรือเช็ดแรง เพราะอาจทำให้แผลปริ ฉีกขาด หรือไหมหลุดได้ หรือเข้ามาทำแผลที่คลินิกหรือโรงพยาบาล หลังตัดไหม หากแผลดีแล้ว อย่าเช็ดบ่อย เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อ อักเสบ หรือแผลแยกได้ - ห้ามนอนคว่ำ เพราะอาจทำให้จมูกเอียงได้
สามารถนอนตะแคงได้บ้าง แต่ควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงประมาณ 1 สัปดาห์ - ถ้าหยุดงาน ไม่ควรนอนกลางวัน
เวลากลางคืนให้นอนตามปกติ เพราะเวลานอนหัวอยู่ต่ำจะทำให้บวมมาก หากต้องการนอน ควรหนุนหมอนให้ศีรษะสูงประมาณ 3 วัน เพื่อลดอาการบวม โดยใช้หมอนเพิ่ม - ไม่ควรรับประทานอาหารเผ็ดจัด
เพราะจะทำให้มีน้ำมูกไหล หากเป็นหวัด ควรสั่งน้ำมูกด้วยความระมัดระวัง อย่าสั่งแรง และรับประทานยาแก้หวัดเพื่อลดน้ำมูก